การเงิน
เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนจ่ายเงินซื้อของหรือเป็นค่าใช้จ่าย แต่ไม่ได้รับใบเสร็จรับเงิน หรือได้รับ แต่ข้อมูลในใบเสร็จระบุรายการไม่ครบถ้วน ใช้เอกสารใดเป็นหลักฐานการจ่ายเงิน
กรณีไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงิน หรือรายการในใบเสร็จไม่ครบถ้วน ให้ใช้ใบรับรองการจ่ายเงินแทน (อ้างอิงระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงิน จากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๘ กรณีข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างของส่วนราชการ จ่ายเงินไป โดยได้รับใบเสร็จรับเงินซึ่งมีรายการไม่ครบถ้วนตามข้อ ๔๖ หรือ ซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างนั้น ทำใบรับรองการจ่ายเงินเพื่อนำมาเป็นเอกสารประกอบการขอเบิกเงินต่อส่วนราชการ)
โรงเรียน โดยเจ้าหน้าที่การเงินจ่ายเงินให้ผู้ขาย แต่ไม่สามารถเรียกรับใบเงินรับเงินได้ ใช้เอกสารใดเป็นหลักฐานการจ่ายเงิน
กรณีไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงินจากบุคคลภายนอกได้ ให้ใช้ใบสำคัญรับเงินแทน พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน และรับรองสำเนาถูกต้อง (อ้างอิงระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงิน จากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๔ การจ่ายเงินของส่วนราชการ ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินหรือใบสำคัญรับเงิน ซึ่งผู้รับเงินเป็นผู้ออกให้ หรือรายงานการจ่ายเงินจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) หรือใบรับรองการจ่ายเงิน หรือเอกสารอื่นใดที่กระทรวงการคลังกำหนดเป็นหลักฐานการจ่าย และข้อ ๔๗ กรณีส่วนราชการจ่ายเงินรายใด ซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ ให้ผู้รับเงินลงชื่อรับเงินในใบสำคัญรับเงินเพื่อใช้เป็นหลักฐานการจ่าย)
ใบเสร็จรับเงินที่ถือเป็นหลักฐานการจ่ายเงิน ต้องมีรายการอะไรบ้าง
ใบเสร็จรับเงินที่ใช้เป็นหลักฐานการจ่ายเงิน ต้องมีรายการ ประกอบด้วย ชื่อ สถานที่อยู่ของผู้รับเงิน วัน เดือน ปี ที่รับเงิน รายการรับเงินระบุว่าเป็นค่าอะไร จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร และลายมือชื่อของผู้รับเงิน (อ้างอิงระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงิน จากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๖ ใบเสร็จรับเงินอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อ สถานที่อยู่ หรือที่ทำการของผู้รับเงิน (๒) วัน เดือน ปี ที่รับเงิน (๓) รายการแสดงการรับเงินระบุว่าเป็นค่าอะไร (๔) จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร และ (๕) ลายมือชื่อของผู้รับเงิน
สัญญาจ้างหรือใบสั่งจ้าง ต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่
ต้องติดอากรแสตมป์ หรือตีตราสาร ตามจำนวนเงินที่จัดจ้าง โดยปิดอากรแสตมป์ 1,000 ละ 1 บาท เศษของ 1 บาท ให้ปิดเพิ่ม 1 บาท กรณีวงเงินตั้งแต่ 200,000 บาท ให้สลักหลังตราสาร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ (อ้างอิง ตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร หมวด 6 อากรแสตมป์ และบัญชีอากรแสตมป์ ข้อ 4 และข้อ 23)
เงินอุดหนุน
เงินอุดหนุน รายการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จ่ายเงินเพื่อดำเนินการกิจกรรมการบริการเทศโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) จัดซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ได้หรือไม่
ไม่ได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณเงินอุดหนุน ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงเป็นครุภัณฑ์ โดยสถานศึกษาจัดทำโครงการบริการเทศโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป็นกิจกรรมการให้บริการ ICT หรือบริการเรียนรู้ด้าน ICT ให้แก่นักเรียน เช่น กิจกรรมการเรียนรู้เข้าค่ายพัฒนาตนเองด้าน ICT จัดหาสื่อและวัสดุการเรียนรู้ด้าน ICT กิจกรรมการออกแบบสร้างสรรค์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ กิจกรรมการให้บริการสืบค้นหาความรู้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และกิจกรรมการให้บริการคอมพิวเตอร์ในการจัดทำสื่อรายงาน การนำเสนอข้อมูล เป็นต้น (อ้างอิง แนวทางการดำเนินงานตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 หน้า 31)
เงินอุดหนุนรายหัว สามารถจ่ายเงินเพื่อให้คุณครูเข้ารับการอบรมโครงการพัฒนาการจัดทำการประเมินผลงานในตำแหน่งและวิทยฐานะ ได้หรือไม่
ไม่ได้ เงินอุดหนุนรายหัว หมายถึง เงินงบประมาณ ที่เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนานักเรียน โดยอุดหนุนให้สถานศึกษาตามรายหัวของนักเรียนในแต่ละระดับการศึกษา โดยใช้ได้ 3 ประเภท ดังนี้ 1) งบบุคลากร 2) งบดำเนินงาน และ 3) งบลงทุน (อ้างอิง แนวทางการดำเนินงานตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 หน้า 5)
กรณีสถานศึกษาจ่ายเงินค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าเครื่องแบบนักเรียน (เพิ่มเติม) แต่ไม่สามารถติดตามใบเสร็จจากนักเรียนหรือผู้ปกครองนักเรียนได้ ควรทำอย่างไร
ให้ใช้แบบหลักฐานยืนยันการจัดหา แทน หากพบว่า นักเรียนหรือผู้ปกครอบนำเงินไปใช้อย่างอื่นที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ จะต้องคืนเงินให้กับสถานศึกษาเพื่อนำเงินส่งคืน (อ้างอิง แนวทางการดำเนินงานตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 หน้า 25 27 และตามเอกสารหมายเลข 2 หน้า 52)
กรณีสถานศึกษาพานักเรียนไปร่วมกิจกรรมศิลปะหัตกรรม หรือไปทัศนศึกษาตามแหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน หรือกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ ต้องเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมอย่างไร
สามารถเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับนักเรียนได้ ตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับนักเรียน ด้วยงบเงินอุดหนุนสำหรับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อ้างอิง หนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ 04002/ว 2883 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 เรื่อง หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับนักเรียน)
เงินรายได้สถานศึกษา
สถานศึกษามีวงเงินอำนาจการเก็บรักษาเงินสด และเงินฝากธนาคาร ของเงินรายได้สถานศึกษา เท่าไหร่
การเก็บรักษาเงินและวงเงินเก็บรักษา กำหนดตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0414/ว 7509 ลงวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2549 เรื่อง การทบทวนเพิ่มวงเงินรายได้สถานศึกษาเก็บไว้ ณ ที่ทำการ ดังนี้
1) กรณีโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คน วงเงินเก็บรักษา ณ ที่ทำการไม่เกินวันละ 20,000 บาท วงเงินฝากธนาคาร 30,000 บาท
2) กรณีโรงเรียนที่มีนักเรียนเกิน 120 คน วงเงินเก็บรักษา ณ ที่ทำการไม่เกินวันละ 30,000 บาท วงเงินฝากธนาคาร ไม่เกิน 1 ล้านบาท
โดยทั้ง 2 กรณี เงินส่วนที่เกินให้นำฝากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เมื่อได้รับเงินรายได้สถานศึกษา สถานศึกษาต้องออกใบเสร็จรับเงินหรือไม่
เมื่อสถานศึกษาได้รับเงิน ยกเว้น รับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร และเงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้เจ้าหน้าที่ผู้ที่ได้รับมอบหมายออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ชำระเงิน หรือผู้ที่มอบเงินให้สถานศึกษาทุกครั้งที่ได้รับเงิน โดยใช้ใบเสร็จรับเงินตามแบบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
อาหารกลางวัน
รายงานการจัดซื้อวัตถุดิบ รวมรายการซื้อแก๊สหุงต้น ค่าจ้างแม่ครัว และซื้ออุปกรณ์ในการทำความสะอาดต่าง ๆ ได้หรือไม่
ไม่ได้ โดยให้ดำเนินการ ดังนี้
1) ค่าแก๊สหุงต้ม และค่าอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ ใช้วิธีการจัดซื้อ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
2) ค่าจ้างแม่ครัว ใช้วิธีการจัดจ้าง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
กรณีโรงเรียนมาเรียนรวม สามารถดำเนินการโครงการอาหารกลางวันและเบิกจ่ายเงินรวมกับโรงเรียนหลัก ได้หรือไม่
ให้ดำเนินการแยกเป็นรายโรงเรียนทั้งการดำเนินการและการเบิกจ่ายเงิน (อ้างอิง คู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน พ.ศ. 2568 หน้า 43)
การจ่ายค่าจ้างบุคคลเพื่อประกอบอาหาร หรือการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) เป็นรายงวด และวงเงินไม่ถึง 10,000 บาท ต่องวด ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือไม่
ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เกณฑ์การหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ดูวงเงินตามสัญญาจ้าง หากวงเงินตามสัญญาจ้างนั้นเข้าหลักเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามที่กรมสรรพากรกำหนด ให้หักภาษี ณ ที่จ่าย ไว้ทุกครั้งที่มีการจ่ายเงินตามสัญญา เช่น กรณีตัวอย่างข้างต้น สัญญาจ้าง เลขที่ 1/68 มีวงเงินตามสัญญาจ้าง 50,000 บาท กำหนดจ่ายเป็น 5 งวด ๆ 10,000 บาท ดังนั้น การจ่ายเงินทุกงวด ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ของจำนวนเงิน 10,000 บาท เป็นจำนวนเงิน 100 บาท (อ้างอิง คู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลังวัน พ.ศ. 2568 หน้า 43 หน้า 111 และการจ่ายเงินให้แก่บุคคลธรรมดาจำนวนเงินรวมตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป กรณีนิติบุคคลจำนวนเงินรวมตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไป อ้างอิง ตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร)
โรงเรียนจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เช่น เข้าค่ายลูกเสือ ทัศนศึกษา แข่งกีฬานักเรียน สามารถจัดทำอาหารกลางวันนักเรียน ได้หรือไม่
ได้ โดยจัดทำตามคู่มือโครงการอาหารกลางวัน แต่ไม่ให้เบิกจ่ายเงินซ้ำซ้อนกับงบประมาณกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ค่าอาหารกลางวัน) (อ้างอิง คู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลังวัน พ.ศ. 2568 หน้า 43)
กรณีที่มีบุคคล หรือหน่วยงานภายนอกมาเลี้ยงอาหารกลางวันนักเรียน โรงเรียนสามารถเบิกจ่ายเงินค่าอาหารกลางวัน ในวันดังกล่าว ได้หรือไม่
กรณีแจ้งให้โรงเรียนทราบล่วงหน้า หากโรงเรียนไม่ได้จัดอาหารกลางันตามเมนูที่กำหนด ไม่สามารถเบิกจ่ายเงินค่าอาหารกลางวันได้
2) กรณีไม่ได้แจ้งให้โรงเรียนทราบล่วงหน้า และโรงเรียนได้ดำเนินการจัดหาอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว สามารถเบิกจ่ายเงินค่าอาหารกลางวันได้ (อ้างอิง คู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลังวัน พ.ศ. 2568 หน้า 44)
คุณครูรับประทานอาหารกลางวันของนักเรียน ได้หรือไม่
ไม่ได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณโครงการอาหารกลางวัน และไม่สามารถใช้วัตถุดิบ วัสดุ อุปกรณ์ แก๊สหุงต้ม ด้วย (อ้างอิง คู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลังวัน พ.ศ. 2568 หน้า 44)
หากคุณครูจ่ายเงินสมทบค่าอาหารกลางวัน และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนักเรียน ได้หรือไม่
ไม่ได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณโครงการอาหารกลางวัน (อ้างอิง คู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลังวัน พ.ศ. 2568 หน้า 44)
กรณีโรงเรียนขนาดเล็กมีจำนวนบุคลากรในโรงเรียนไม่เพียงพอในการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการอาหารกลางวันระดับโรงเรียน ควรดำเนินการอย่างไร
ให้ดำเนินการตามคู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน พ.ศ. 2568 ส่วนที่ 2 บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนบทบาทของโรงเรียน ข้อที่ 2 หน้า 11 ทั้งนี้จำนวนและองค์ประกอบของคณะกรรมการดังกล่าวข้างต้นให้ปรับได้ตามความเหมาะสมและบริบทของโรงเรียน (อ้างอิง คู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลังวัน พ.ศ. 2568 หน้า 45)
โครงการอาหารกลางวัน และกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา แตกต่างกันอย่างไร
1) โครงการอาหารกลางวัน คือโครงการที่รับงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น เพื่อดำเนินการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่จัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 รับผิดชอบโดยศูนย์ส่งเสริมและประสานงานกิจการนักเรียน สำนักอำนวยการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-2811955
2) สำนักงานกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวัน คือหน่วยงานที่ใช้งบประมาณจากดอกผลกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา มีหน้าที่รับผิดชอบโครงการสร้างความเท่าเทียมด้านโภชนาการ สำหรับนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการ โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตกับชุมชนและภาคีเครือข่ายเพื่ออาหารกลางวันนักเรียนในโรงเรียน ตลอดจนโครงการส่งเสริมการแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวัน หมายเลขโทรศัพท์ 02-2828758
โรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนโครงการอาหารกลางวันไม่ครบตามจำนวนวัน และจำนวนนักเรียน ควรดำเนินการอย่างไร
กรณีโรงเรียนได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนโครงการอาหารกลางวันไม่ครบตามจำนวนวันที่โรงเรียนเปิดเรียนในแต่ละภาคเรียน ให้โรงเรียนดำเนินการทำหนังสือทวงถามเพื่อขอรับงบประมาณเงินอุดหนุนเพิ่มเติม ถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรให้ครบตามจำนวนวันโดยเร็ว กรณีมีนักเรียนรายใหม่เพิ่มขึ้นให้โรงเรียนจัดทำโครงการขอรับเงินอุดหนุนเพิ่มเติมการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ วันที่มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น ตามหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด่วนที่สุด ที่ มท 0808.2/ว1180 ลงวันที่ 25 เมษายน 2561 เรื่องซักซ้อมแนวทางการใช้จ่ายเงินสะสมทดรองจ่ายไปพลางก่อน
หากโรงเรียนมีงบประมาณเหลือจากการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน สามารถใช้งบประมาณส่วนนี้ โดยไม่ต้องส่งคืน หรือสามารถนำไปบริหารในส่วนวัสดุอุปกรณ์ เช่น ถาดหลุม ช้อน ส้อมหรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้หรือไม่
ไม่ได้ งบประมาณที่เหลือจากการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันให้ส่งคืนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดสรรงบประมาณให้โรงเรียน ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0808.2/ว4750 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563 เรื่องซักซ้อมแนวทางปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ข้อที่ 7.5 “ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งหน่วยงานที่ได้รับเงินอุดหนุนรายงานผลการดำเนินงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่โครงการแล้วเสร็จ และหากมีเงินเหลือให้ส่งคืนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในคราวเดียวกัน”
กรณีมีเงินเหลือจ่ายจากภาคเรียนที่ 2 และเก็บเงินไว้เพื่อรอการจัดสรรงบประมาณภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษาถัดไป ที่มักล่าช้า ไม่ทันเปิดภาคเรียน สามารถให้โรงเรียนนำเงินส่วนนี้สำรองไปพลางก่อนได้หรือไม่ วงเงินเท่าไหร่
ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจาก งบประมาณที่เหลือจากการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันให้ส่งคืนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดสรรงบประมาณให้โรงเรียน ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0808.2/ว4750 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563 เรื่องซักซ้อมแนวทางปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ข้อที่ 7.5 “ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งหน่วยงานที่ได้รับเงินอุดหนุนรายงานผลการดำเนินงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่โครงการแล้วเสร็จ และหากมีเงินเหลือให้ส่งคืนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในคราวเดียวกัน”
การโอนเงินให้โรงเรียน มีจำนวนวันที่ได้รับหลากหลาย เช่น 29 วัน 39 วัน 50 วัน 100 วัน มีแนวทางแก้ไข หรือไม่
การโอนเงินให้โรงเรียนในแต่ละงวด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องคำนึงถึงสถานะการเงินการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย แต่อย่างไรก็ตามในแต่ละปีงบประมาณองค์กรปกครองส่วนถิ่นต้องจัดสรรค่าอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนให้ครบ 200 วัน
การจ่ายค่าอาหารกลางวัน เทอมแรก จ่ายไป 98 วัน และจ่ายชดเชยเทอมที่ 2 อีก 2 วัน เป็น 102 วัน รวม 200 วัน ได้หรือไม่
ไม่ได้ เนื่องจากช่วงเวลาในการเปิดเรียนภาคเรียนที่ 1 อยู่ในช่วงสิ้นสุดปีงบประมาณซึ่งงบประมาณที่เหลือจากการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันต้องส่งคืนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จัดสรรงบประมาณให้โรงเรียน ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0808.2/ว4750 ลงวันที่14 สิงหาคม 2563 เรื่องซักซ้อมแนวทางปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ข้อที่ 7.5 “ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งหน่วยงานที่ได้รับเงินอุดหนุนรายงานผลการดำเนินงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่โครงการแล้วเสร็จและหากมีเงินเหลือให้ส่งคืนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในคราวเดียวกัน”
ในกรณีที่โรงเรียนเปิดเทอมแล้ว ยังไม่ได้รับเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันให้โรงเรียนดำเนินการอย่างไร
ให้ดำเนินการตามแนวทางต่อไปนี้ กรณีที่ อปท.ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนได้ทันเวลาก่อนเปิดภาคเรียน ให้โรงเรียนทำหนังสือเชิญประชุมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาในการจัดอาหารกลางวันให้กับนักเรียนให้ทันวันเปิดภาคเรียน
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถติดตามการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ได้หรือไม่
ได้ ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ 0816.2/ว4750 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563 เรื่อง ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ข้อ 8 การติดตามประเมินผล ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้ให้เงินอุดหนุนแต่งตั้งคณะทำงานติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายเงินอุดหนุน เพื่อติดตามผลการดำเนินโครงการจนแล้วเสร็จ แล้วรายงานให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ หากหน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียกเงินคืนเท่าจำนวนที่อุดหนุนไปทั้งหมดคืนโดยเร็ว
ในการลงรายการซื้อวัตถุดิบ เราสามารถลงรายการ แก๊สหุงต้ม และค่าจ้างแม่ครัวรวมทั้งอุปกรณ์ในการทำความสะอาดต่าง ๆ ได้หรือไม่
ไม่ได้ โดยให้ดำเนินการดังนี้
1) การดำเนินการในส่วนของค่าแก๊สหุงต้ม และค่าอุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ใช้วิธีการจัดซื้อ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
2) การดำเนินการในส่วนของค่าจ้างแม่ครัว สามารถใช้วิธีการจัดจ้าง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. 2560
กรณีเดินทางไปซื้อวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหารกลางวัน สามารถเบิกค่าเดินทางไปราชการจากเงินโครงการอาหารกลางวันได้หรือไม่
ไม่ได้ แต่สามารถเบิกได้จากเงินงบประมาณอื่น ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565
กรณีจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) ผู้รับจ้างสามารถขอใช้สถานที่ของโรงเรียนประกอบอาหารได้หรือไม่
ได้ โดยโรงเรียนต้องถือปฏิบัติ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วย การใช้อาคารสถานที่ พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (อ้างอิง คู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน พ.ศ. 2568 ภาคผนวกหน้า 117)
กรณีโรงเรียนจัดหาผู้ประกอบการหลายราย และให้นักเรียนนำคูปองไปแลกอาหารทำได้หรือไม่
ไม่ได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามแนวทางการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด
ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 116 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2562 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อใช้ในการประกอบอาหาร การจ้างบุคคลเพื่อประกอบอาหารหรือการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ)
กรณีการจ่ายเงินการจ้างบุคคลเพื่อประกอบอาหารหรือการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) เป็นรายงวด และวงเงินไม่ถึง 10,000 บาทต่องวด ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่
กรณีที่มีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลธรรมดา เมื่อมีการจ่ายเงินรวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายครั้งหนึ่งๆ ไม่ถึง 10,000 บาท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร
กรณีที่นักเรียนไม่ได้มาโรงเรียนในวันนั้น ทำให้อาหารกลางวันที่เตรียมไว้เหลือให้บริหารจัดการอาหารกลางวันที่เหลือนั้นอย่างไร
กรณีอาหารกลางวันที่เหลือจากการที่นักเรียนไม่ได้มาโรงเรียนในวันนั้นให้ดำเนินการตามความเหมาะสม ดังนี้
1) ตักอาหารกลางวันให้กับนักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการ ได้แก่ นักเรียนที่น้ำหนัก ส่วนสูง ต่ำกว่าเกณฑ์
2) ตักอาหารกลางวันให้กับนักเรียนที่มีสถานะยากจน ทั้งนี้ การบริหารจัดการอาหารกลางวันที่เหลือจากกรณีดังกล่าว ให้โรงเรียนพิจารณาตามความเหมาะสม ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียนและทางราชการไม่เสียผลประโยชน์
กรณีโรงเรียนไม่มีถาดหลุมเป็นภาชนะในการใส่อาหาร โรงเรียนสามารถใช้ จาน/ชาม ใส่อาหารให้นักเรียนได้หรือไม่
ได้ แต่พิจารณาตามความเหมาะสมและบริบทของโรงเรียน ให้แยกระหว่างอาหารคาว และขนมหวาน/ผลไม้ ให้ถูกตามหลักโภชนาการของกรมอนามัย
กรณีนักเรียนรับประทานอาหารได้บางอย่างเป็นการเฉพาะตน เนื่องจาก มีข้อจำกัดบางประการ เช่น โรคประจำตัว จะสามารถจ่ายเป็นเงินค่าอาหารให้เด็กนักเรียน ดังกล่าวข้างต้น ได้หรือไม่
จ่ายเป็นเงินสดไม่ได้ เนื่องจาก ไม่ได้อยู่ในแนวทางการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว116 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2562 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อวัตถุดิบ เพื่อใช้ในการประกอบอาหาร การจ้างบุคคลเพื่อประกอบอาหารหรือการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ)
ในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม ฝุ่นPM 2.5 ฯลฯ โรงเรียนสามารถเบิกจ่ายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ผู้ปกครอง ได้หรือไม่
ไม่ได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 ที่อนุมัติให้จ่ายค่าอาหารกลางวันให้กับผู้ปกครองได้ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID – 19) เท่านั้น
โรงเรียนไม่ใช้ระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ Thai School Lunch (TSL) ในการจัดสำรับอาหารได้หรือไม่
ไม่ได้เนื่องจากระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ Thai School Lunch (TSL) สามารถควบคุมคุณภาพ คุณค่า ตามหลักโภชนาการ รวมทั้งเป็นแนวทางในการจัดซื้อวัตถุดิบประกอบอาหาร ตามคู่มือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน พ.ศ. 2568 ส่วนที่ 4 แนวทางการจัดอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ โดยใช้ระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับ โรงเรียนแบบอัตโนมัติ Thai School Lunch (TSL)
การจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบที่ 3 จ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ) สามารถเบิกจ่ายมากกว่าเดือนละ 1 ครั้ง ได้หรือไม่ในกรณีที่ทำสัญญาเป็นรายเดือน
ได้ โดยในบันทึกข้อตกลงการจ้างต้องระบุรายละเอียดการชำระเงินให้ผู้รับจ้างอย่างชัดเจน
กรณีโรงเรียนมีข้าราชการครูหรือบุคลากรทางการศึกษาไม่เพียงพอในการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ จะดำเนินการอย่างไร
ตอบ สามารถดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของโรงเรียน โดย ประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานของรัฐ ของหน่วยงานของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่น โดยให้คำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสำคัญ (อ้างอิงระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 26 ) และ ในกรณีที่การจัดซื้อจัดจ้าง มีวงเงินเล็กน้อยไม่เกิน 100,000 บาท จะแต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้ตรวจรับพัสดุก็ได้ (อ้างอิงกฎกระทรวง กำหนดวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง วงเงินการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ และวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างในการแต่งตั้งผู้ตรวจรับพัสดุ พ.ศ. 2560 ข้อ 5 ) อนี่ง การแต่งตั้งคณะกรรรมการตรวจรับพัสดุ ตามข้อ 2.5.1 ข้อ 2.5.2 และข้อ 2.5.3 ของโรงเรียนหรือสถานศึกษา ให้มีกรรมการบุคคลอื่น เช่น ผู้ปกครองนักเรียนหรือสมาคมผู้ปกครอง เป็นต้น เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว116 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2562 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติในการจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อใช้ในการประกอบอาหาร การจ้างบุคคลเพื่อประกอบอาหารหรือการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ)
น้ำที่ใช้ในการประกอบอาหารสามารถจัดซื้อได้หรือไม่
ได้ เนื่องจาก น้ำ จัดเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร โดยใช้วิธีการจัดซื้อตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
และตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว116 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2562 เรื่องแนวทางการปฏิบัติการจัดซื้อวัตถุดิบ เพื่อใช้ในการประกอบอาหาร การจ้างบุคคลเพื่อประกอบอาหารหรือการจ้างเหมาประกอบอาหาร (ปรุงสำเร็จ)
No views yet